โรคตับต้องรู้ให้ไว

ตับและตับอ่อน คือ อวัยวะที่หากเกิดความผิดปกติแล้วอาจนำมาสู่โรคที่ร้ายแรง เนื่องจากเป็นส่วนของร่างกายที่มีความซับซ้อนสูง เริ่มจากอักเสบเฉียบพลัน อักเสบเรื้อรัง เกิดก้อนเนื้อที่แบ่งออกเป็นเนื้องอกหรือซีสต์ (ถุงน้ำ) รวมถึงโรคร้ายอย่างมะเร็ง ซึ่งในปัจจุบันมะเร็งตับเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเสียชีวิตสูงสุดของคนไทยและมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ

แม้สถานการณ์ของโรคเกี่ยวกับตับและตับอ่อนจะค่อนข้างรุนแรง แต่หากทุกคนตระหนักโดยตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอและสังเกตสัญญาณของโรค รวมถึงได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์เฉพาะทางก็จะช่วยรักษาโรคและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ซึ่งหัวใจสำคัญอยู่ที่ความชำนาญของทีมแพทย์เฉพาะทางโรคตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดีร่วมกับเทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้องที่ทันสมัยในปัจจุบัน

โรคตับต้องรู้ให้ไว
ส่วนใหญ่โรคเกี่ยวกับตับจะเกิดกับกลุ่มคนที่กำลังรับความสุขจากการตรากตรำทำงานมาคือ อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ชายจะมีปัจจัยเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคตับแข็งและมีโอกาสเป็นมะเร็งตับได้จากการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ สำหรับการสังเกตตัวเองว่าตับมีความผิดปกติหรือไม่ต้องบอกว่าค่อนข้างยาก เพราะส่วนใหญ่ถ้ายังเป็นไม่มากจะไม่ค่อยมีอาการ

ความเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีความเสื่อมของตับพอสมควรแล้ว มีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ เพราะตับเปรียบเสมือนโรงงานใหญ่ ถ้าโรงงานไม่ทำงาน ร่างกายเราจะไม่ค่อยอยากรับอาหารเข้าไป นอกจากนี้ก็มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ หรือท้องผูกเป็นประจำ บางคนมีอาการเจ็บในตำแหน่งที่ตับคือ บริเวณใต้ชายโครงด้านขวา ถ้าเป็นมากขึ้นอีกระดับจะมีอาการที่จำเพาะคือ ท้องโตขึ้นเนื่องจากมีน้ำในช่องท้อง ปัสสาวะสีเข้มแม้จะดื่มมากแค่ไหนก็ไม่จางลง ตามมาด้วยอาการตัวเหลือง ตาเหลือง

ตรวจเช็กตับ
การตรวจสุขภาพประจำปีถือเป็นส่วนสำคัญ เพราะอย่างน้อยแพทย์จะสอบถามประวัติ ความเป็นมาของอาการป่วยทั้งหลาย รวมถึงประวัติคนในครอบครัว เป็นตัวช่วยคัดกรองว่ามีความเสี่ยงในการเป็นโรคหรือมีภาวะตับผิดปกติหรือไม่ ซึ่งตับผิดปกติอาจจะเริ่มจากภาวะไขมันพอกตับ ซึ่งสามารถรักษาโรคตับอักเสบได้โดยจัดการที่ต้นเหตุ เพราะตับมีความสามารถที่จะฟื้นฟูตัวเองได้ ถ้าหยุดดื่มแอลกอฮอล์ แต่ถ้ายังคงดื่มหรือไม่ทราบปัจจัยเสี่ยง จะนำไปสู่การเกิดภาวะตับอักเสบ และถ้ายังปล่อยต่อไปอีกก็จะเป็นตับแข็งที่อาจกลายเป็นมะเร็งตับได้

ก้อนในตับ

ก้อนในตับรักษาได้
การเกิดก้อนเนื้อในตับมีทั้งเนื้องอกและซีสต์ เมื่อตรวจพบแล้วจะมีการตรวจยืนยันการวินิจฉัยโรคด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้ทราบว่าเป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้าย หากพบว่าเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็งจะทำการผ่าตัดทันที ในปัจจุบันการผ่าตัดผ่านกล้องด้วยเทคโนโลยี 4K UHD หรือผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก 3 มิติ (Advanced 3D Laparoscopic surgery) ที่ให้ความคมชัดของภาพสูงมากยิ่งขึ้น ช่วยให้ศัลยแพทย์เห็นอวัยวะภายในช่องท้องได้ชัดเจนขึ้น ประกอบกับความชำนาญของทีมแพทย์ผ่าตัดผ่านกล้อง จึงช่วยลดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก คนไข้หายเร็วและอยู่โรงพยาบาลสั้นลง หรือในกรณีที่ต้องเปลี่ยนตับก็สามารถทำได้เช่นกัน ล่าสุดมีการพัฒนาด้านการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ (Robotic surgery) ในอวัยวะที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผ่าตัดตับ

โรคตับอ่อน

โรคตับอ่อนต้องรู้ให้ทัน
สถานการณ์ของโรคมะเร็งตับอ่อนจะคล้ายกันกับมะเร็งตับ แต่ความรุนแรงของมะเร็งตับอ่อนจะมากกว่า และมักพบในระยะลุกลาม โดยมะเร็งตับอาจตรวจพบได้ในระยะแรก ๆ จากการตรวจสุขภาพประจำปีหรือตรวจ screening ขณะมีภาวะตับอักเสบได้ ในผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนพบว่า ประมาณ 50% ของคนไข้ที่มาพบแพทย์มักเกิดการกระจายของโรคไปมากแล้ว อีก 50% ที่ยังไม่มีการแพร่กระจายสามารถผ่าตัดรักษาได้เพียง 25 – 30% ซึ่งการผ่าตัดรักษาเพื่อหวังผลหายขาดอาจมีการให้เคมีบำบัดหรือฉายแสงรักษาร่วมด้วย ดังนั้นการตรวจพบโรคในระยะแรกเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสของการผ่าตัดรักษาให้สูงขึ้น รวมถึงอัตราการอยู่รอดที่ดีขึ้น

ตรวจเช็กตับอ่อน
วิธีสังเกตว่าเป็นมะเร็งตับอ่อนหรือไม่ ยังไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน หากต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงหลักๆ คือ โรคทางพันธุกรรม หากมีคนในครอบครัวมีประวัติมาก่อนแนะนำให้เข้ารับการตรวจดูตับอ่อนด้วยอัลตราซาวนด์ (ultrasonography) และตรวจเลือด โดยทั่วไปมักเริ่มตรวจเมื่อมีอายุ 40 ปี อีกปัจจัยสำคัญที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรค คือ การดื่มแอลกอฮอล์ ที่เป็นทำให้เกิดตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตับอ่อนได้

ในประเด็นเนื้องอกและซีสต์ในตับอ่อนอาจตรวจพบได้จากการตรวจร่างกายประจำปีโดยการทำอัลตราซาวนด์ แต่อาจบอกได้แค่ว่าเป็นก้อนเนื้อหรือถุงน้ำ (ซีสต์) หากพบว่ามีก้อนเนื้อหรือซีสต์ควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านตับและตับอ่อนเพื่อวินิจฉัยโรค ในบางครั้งการตรวจพบซีสต์อาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัดหรือตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ แต่ในรายที่มีลักษณะของก้อนเนื้อหรือซีสต์มีส่วนที่เป็นเนื้ออยู่ด้านใน แนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมอย่างละเอียด เนื่องจากมีโอกาสเป็นเนื้อร้ายได้ เช่น การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) นอกจากช่วยในการวินิจฉัยโรคและประเมินระยะของโรคว่าสามารถรักษาด้วยวิธีผ่าตัดได้หรือไม่ ยังมีประโยชน์ในการช่วยวินิจฉัยแยกโรคอื่น ๆ ที่มีอาการปวดท้องคล้ายคลึงกัน เช่น ภาวะติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ โรคทางนรีเวช หรือโรคทางช่องท้องอื่น ๆ เป็นต้น

ก้อนในตับอ่อน

ก้อนในตับอ่อนรักษาได้
ปัจจุบันการรักษาโรคตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี สามารถทำได้โดยการผ่าตัดเปิดหน้าท้องหรือผ่าตัดผ่านกล้อง และอาจมีการใช้สารทึบแสง (Indocyanine green : ICG) เพื่อตรวจเช็กตำแหน่งของก้อนเนื้อว่าอยู่ส่วนไหน ตัดก้อนเนื้อออกได้หมดหรือไม่ รวมถึงดูอวัยวะสำคัญข้างเคียง อาทิ เส้นเลือด ท่อน้ำดี หรือต่อมน้ำเหลืองรอบ ๆ บริเวณที่ได้รับการรักษา ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด ทำให้การผ่าตัดมีประสิทธิภาพและผลการรักษาที่ดี ประกอบกับการทำงานร่วมกันเป็นทีมระหว่างสหสาขาวิชา โดยมีการประชุมวางแผนเพื่อเตรียมผู้ป่วยทั้งก่อน ระหว่างและหลังการผ่าตัด อาทิ ทีมศัลยแพทย์เฉพาะด้านการผ่าตัดตับ ตับอ่อนและทางเดินน้ำดี วิสัญญีแพทย์ รังสีแพทย์ อายุรแพทย์ทางเดินอาหารและทางด้านมะเร็งวิทยา ในกรณีที่วินิจฉัยเป็นเนื้อร้าย และพยาธิแพทย์ การผ่าตัดก้อนหรือซีสต์ที่ตับหรือตับอ่อนเป็นการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนมากจึงจำเป็นต้องใช้ศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทางร่วมกับความพร้อมของเทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกันในทุกด้าน

อย่างไรก็ตามการตรวจสุขภาพประจำปีถือเป็นตัวช่วยคัดกรองว่ามีความเสี่ยงในการเป็นโรคหรือมีภาวะตับผิดปกติหรือไม่ ซึ่งตับผิดปกติอาจจะเริ่มจากภาวะไขมันพอกตับ ซึ่งสามารถรักษาโรคตับอักเสบได้โดยจัดการที่ต้นเหตุ เพราะตับมีความสามารถที่จะฟื้นฟูตัวเองได้ถ้าหยุดดื่มแอลกอฮอล์